Review iOS 6 ฉบับสมบูรณ์ By Darkzphone
Clip Video นี้มาจาก แบไต๋ Hitech
สวัสดีครับทุกท่านหลังจากงาน WWDC 2012 ที่ผ่านมา Apple ได้ทำการแถลงข่าว iOS 6 หรือ OS ใหม่สำหรับ iPhone, iPad, iPod touch นั่นเองซึ่งพี่แมงมุมก็เคยนำเสนอไปแล้ว แต่ที่นำมาเขียนใหม่วันนี้คือการรวบรวมข้อมูลฉบับสมบูรณ์เท่าที่ 8 แขนของพี่แมงมุมจะทำได้ เอาหละมาเริ่มกันเลย

SIRI ที่พัฒนาความสามารถขึ้น

ถ้าพูดถึง SIRI สาวก iOS คงรู้จักกันดีอยู่แล้ว >>ข้อมูล SIRI<< ซึ่ง iOS 6 ก็ได้พัฒนาความสามารถของ SIRI ให้ดีขึ้น ( มาก ) จากเดิมในการ Update ครั้งนี้ครับสิ่งที่ SIRI ทำได้เพิ่มขึ้นนั้นทำให้จุดบอดต่างๆได้ัรับการแก้ไขเช่น รายงานข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับกีฬา, ร้านอาหาร, ดูหนัง ซึ่งทุกเรื่องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเราครับมาดูไปทีละอย่างแล้วกัน
Sport

ใน iOS 6 SIRI สามารถรายงานผลการแข่งขันกีฬาต่างๆได้แล้วครับ ซึ่งรวมถึง ข้อมูลต่างๆของผู้เล่น ตารางการแข่งขัน ผลการแข่งขันสดๆ หรือ การเอาข้อมูลของผู้เล่นมาเปรียบเทียบกันแล้วตอบคำถามครับ เีรียกว่าอยากทราบอะไรเกี่ยวกับกีฬาต่อไปนี้แค่เปิด SIRI ขึ้นมาก็ถามได้เลย
Movies

SIRI สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ ภาพยนต์ให้กับเราได้แล้วครับ เช่นเราอยากทราบว่าที่โรงหนังนี้มีภาพยนต์อะไรฉายอยู่บ้าง หรือ บอกชื่อนักแสดงแล้วให้ SIRI หาข้อมูลว่ามีหนังเรื่องไหนที่ นักแสดงคนนี้แสดงบ้างครับ และหากเราตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากดูหนังเรื่องไหนก็ให้ SIRI เอาตัวอย่างหนังมาให้เราดูก่อนได้ครับหรือจะ Review ของหนังที่อ้างอิงมาจาก Rotten Tomato ก็มีให้
Restaurant

ด้วยการร่วมมือกับ OpenTable ทำให้ SIRI ใน Version นี้ครบวงจรในเรื่องของข้อมูลร้านอาหารครับ ( ใน USA นะ ) ซึ่งสิ่งที่เราจะได้ข้อมูลจาก SIRI ก็คือ Location ของร้านอาหาร ซึ่งเราสามารถถาม SIRI ตามประเภทของอาหารต่างๆ ราคาที่เราต้องการ สภาพร้าน เช่น อาหารจีน อาหารอิตาเลี่ยน ซึ่ง SIRI ก็จะเรียงลำดับการแสดงผลมาให้ตาม Rating ของOpenTable ครับ และหากเราอยากสำรองที่นั่งก็สามารถจองผ่าน SIRI ซึ่งจะเชื่อมไปที่ OpenTable Application ได้เลยนั่นเอง หรืออยากรู้เส้นทางไปร้านอาหาร SIRI จะเปิด Maps ให้ครับ
Facebook and Twitter

น่าจะถูกใจกับชาว Social Network ทั้งหลายกับความสามารถในการ Update Status Facebook หรือตอบ Commentในหน้า Timeline ของเรา และแน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการ Tweet ข้อความใน Twitter ผ่าน SIRI นั่นเองครับซึ่งเราสามารถสั่งงานด้วยเสียงของเรา ( ภาษาอังกฤษ ) SIRI ก็จะแปลงออกมาเป็นตัวอักษรที่พร้อมจะ Post ลงใน Facebookหรือ Tweet ผ่าน Twitter โดยเราไม่ต้องพิมพ์ด้วยตัวเองแล้ว
App Launching
![]() | เราสามารถสั่งให้ SIRI ทำการเปิด Application ต่างๆให้เราได้แล้วครับ เช่นหากเราพูดว่า "Play Angry Bird" SIRI ก็จะเปิด Angry Bird ให้เราเล่นฆ่าเวลาครับซึ่งพี่แมงมุมมอง ว่าอันนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆเลยนะ เพราะเราไม่จำเป็นต้องมานั่งหา App เพื่อเปิดใช้งาน แล้วเปลี่ยนเป็น สั่งงานผ่าน SIRI เอาครับ |
Eyes Free

Apple ได้ทำการตกลงกับบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำครับเพือให้เทคโนโลยี Voice Command สามารถเรียกใช้งา่น SIRI ได้ คาดว่ารถทุกรุ่นที่จะออกมาใหม่ในอีก 12 เดือนข้างหน้าจะสามารถเรียกใช้งาน SIRIได้ผ่านปุ่มบนพวงมาลัยรถยนต์ครับ ซึ่งก็จะทำให้เราไม่ต้องละสายตาไปจากทิศทางขณะขับรถก็สามารถใช้งาน SIRI ได้นั่นเอง
More Language

ใน iOS 6 นั้น SIRI ได้ทำการเพิ่มภาษาที่สามารถสั่งงานผ่าน SIRI ขึ้นอีกหลายภาษาเลยครับ แต่ไม่มีภาษาไทยเช่นเคย คงต้องรอกันต่อไปเนอะ
New Apple Maps

เรื่องที่จะพูดถึงเป็นสิ่งต่อไปคือ ลาที Google Map ครับเพราะต่อไปนี้ Apple มี Map เป็นของตัวเองเรียบร้อยแล้วครับ ซึ่งประกอบไปด้วย หน้าตาแผนที่ที่สวยกว่าเดิมดูง่ายสบายตา และประกอบไปด้วยเทคโนโลยีที่เพิ่มเข้าไปเช่น Turn By Turn , Fly Over, Traffic View, Local Search และ SIRI ครับ มาดูไปทีละอย่างกันเลย
รูปลักษณ์และการออกแบบของ New Apple Map

Apple ได้ทำการออกแบบ Maps ใหม่ทั้งหมดครับเพื่อความสวยงามโดยใช้ Vector Base เป็นหลักครับส่งผลให้ตัวอักษรและรูปภาพที่แสดงออกมามีความชัดไม่ว่าจะย่อหรือว่าขยายนั่นเอง และจะหมุนตามหน้าจอของเราด้วย
Turn By Turn Navigation

Turn By Turn Navigation คือระบบนำทางที่มีเพิ่มเข้ามาใน Maps ครับ หรือก็คือการบอกทางเลี้ยวต่อเลี้ยวนั่นเอง ซึ่งจะแสดงผลในรูปแบบ 3D Map นั่นเองพร้อมเสียงพูดคอยบอกทางครับ ซึ่งก็จะคอยบอกทางที่สั้นที่สุดให้เราเลือก และหากเราเลี้ยวผิดก็ไม่ต้องกังวลครับระบบจะทำการค้นหาเส้นทางให้กับเราทันที ที่น่าสนใจก็คือเราสามาถให้แสดง Turn By Turn Navigation ผ่านทางหน้าจอ Lock Screen ด้วยนั่นเองครับ
Traffic

Feature Traffic นี้คือระบบแสดงผลของการจราจรในเส้นทางนั้นครับ หรือก็คือ รถติดแค่ไหนนั่นเองซึ่งก็เชื่อมต่อกับระบบTurn By Turn ด้วยนั่นคือ Maps จะหาเส้นทางที่เร็วที่สุดโดยการเช็คในเรื่องของ สภาพการจราจรด้วยนั่นเองครับ
Flyover

เป็นภาพเหมือนจริงในลักษณะเหมือนกับเรานั่ง Helicoptor ผ่านสถานที่นั้นครับซึ่งสามารถ Zoom ได้ชัดเจนมากๆซึ่งไม่ต่า่งอะไรกับ Google Earth เท่าไหร่หรอกแต่พี่แมงมุมว่าถ้าผ่านหน้าจอ Ratina Pad น่าจะสวยงามมากๆเลยนะ
Local Search

หรืออีกชื่อก็คือ Info Card ของสถานที่ใน Maps ครับซึ่งก็จะบอกข้อมูลต่างๆของสถานที่นั้นเช่น รูปภาพ, เบอร์โทรติดต่อ, ที่อยู่, Website, และ Review กับ Rating ที่อ้่า่งอิงมาจาก Yelp ครับซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้ Appleบอกลา Google Map ครับเพราะในเรื่อง Feature นี้น่าจะประกอบไปด้วยรายได้มหาศาลที่น่าจะเพิ่มขึ้น
SIRI

เราสามารถสั่งการให้ SIRI ช่วยหาสถานที่ที่เราต้องกา่รได้และแน่นอนเมื่อค้นหาเจอแล้วสิ่งที่ SIRI จะแสดงขึ้นมาก็คือMaps ซึ่งเราก็สามารถแตะไปที่ปุ่ม Quick Route เพื่อให้ Maps ค้นหาเส้นทางที่สั้นที่สุดให้กับเราได้ครับเป็นการ รวมกันที่เอื้อประโยชน์ต่อการเดินทางไปสถานที่ๆเราไม่คุ้นเคยมากๆครับ
iOs 6 ใช้งานร่วมกับ Facebook
ด้วยการประสานกับ Facebook ทำให้ iOS 6 เป็นอะไรที่ลงตัวสำหรับการใช้งาน Social Network ที่ใหญี่ที่สุดในโลกนี้ครับ คุณไม่จำเป็นต้องเข้า App อีกต่อไปหากต้องการจะ Share รูปภาพผ่าน Facebook ก็ทำผ่านกล้อง หรือ Camera Roll ได้เลย ซึ่งก็รวมถึงการแชร์ Location จาก Maps หรือสถิติการเล่นเกมส์จาก Game Center ผ่าน Facebook โดยไม่ต้องเข้า App ให้ยุ่งยากอีกต่อไป และหากมือคุณไม่ว่าง ก็ปล่อยให้ SIRI ทำหน้าที่ Post แทนคุณได้ด้วยครับ
Share Directly to Facebook

ใน iOS 6 คุณสามารถ Share ทุกอย่างไปยัง Facebook ผ่าน App ต่างๆของ iOS ครับโดยไม่จำเป็นต้องเปิด App Facebook ขึ้นมาเลย เริ่มตั้งแต่ Link ของ Website ต่างๆ ไปจนถึง สกอร์ที่เราทำได้ในการเล่น Game หรือจะเป็นรูปภาพใน Camera Roll ก็สามารถทำการ Share ได้อย่้่างรวดเร็วทันใจครับ
Contacts and Calendar

จากการรวมกับ Facebook ทำให้ Contact ของคุณสามารถเชื่อมข้อมูลของเพื่อนมาใน Contact List และ Calendarทำให้คุณมีข้อมูลที่ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ เบอร์โทรศัพท์ Email วันเกิด รวมถึง Event ต่างๆที่เพื่อนคุณเชิญให้มีส่วนร่วมก็จะมาปรากฏใน Contact List และ Calendar ของคุณ
Like App and Song

ความเห็นของเพื่อนๆคุณมีความสำคัญกับการตัดสินในซื้ออะไรรึเปล่าถ้าใช่ก็หมายความว่านี่แหละคือการที่คุณจะสามารถรู้ได้ว่า Game หรือ App ที่คุณกำลังจะซื้อมีเพื่อน Like กี่คน หรือ เพลงที่คุณกำลังจะ Download มาเพื่อนคุณให้ความเห็นว่าอย่างไร โดยอ้างอิงจากการที่เพื่อนเรามากด Like ในหน้า App Store หรือ iTune นั่นเองครับ
Shared Photo Streams

Share ภาพทีคุณเลือกให้กับคนที่ถูกเลือกชมผ่าน Photo Streams ที่เป็น Feature ที่เหมือนเป็น Socail Networkเล็กๆของตัว Apple เองครับซึ่งเราสามารถเลือก Share รูปภาพที่เราอยากให้เพือนดูผ่าน Photo Streams จากนั้นก็ทำการเลือกคนที่เราสามารถให้เข้ามาชมรูปภาพได้ แล้วภาพก็จะส่งไปที่ Photo App หากเค้าใช้ iPhone iPad หรือiPhoto หากเึค้าใช้ MacBook แถมยังดูผ่าน Apple TV ได้และหากเพื่อนของคุณคนนั้นไม่ได้ใช้ iDevice ใดๆเลยก็ยังสามารถไปดูผ่าน Website ได้อีกต่างหากซึ่งสามารถให้ Comment ได้ด้วยเหมือนเป็น Facebook เฉพาะกลุ่มกันเลยทีเดียว


Passbook เป็นทุกอย่างตั้งแต่ ตั๋ว, คูปอง, การ์ด และตั๋วเครื่องบิน

ด้วย Feature ใหม่ที่เรียกว่า Passbook ทำให้่ iDevice ของเรามีความสามารถเป็นบัตรผ่านทุกอย่างในตัวครับ iPhoneของคุณจะเป็น ตั๋วเครื่องบิน บัตรคูปองส่วนลด ตั๋วหนัง ซึ่งจะมีข้อมูลทุกอย่างให้เรา เช่น ที่นั่งในโรงหนัง รอบฉาย หรือ จะเป็น Gate ที่เราต้องขึ้นเครื่องทั้งหมด หากเป็นคูปองเงินสดก็มียอดเงินคงเหลือให้เราทราบครับ และแถมด้วยระบบNotification เพื่อเตือนว่าเรานั่งอยู่ใน Terminal ที่ถูกต้องอีกด้วย

Facetime ผ่านเครือข่าย 3G

นี่อาจจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนรอคอยนั่นก็คือต่อไปนี้หากเราจะเล่น Facetime ก็ไม่ต้องรอเชื่อมต่อกับ Wifi อีกแล้วนั่นหมายความว่าไม่ว่าอยู่ที่ไหนหากมีเครือข่าย 3G ก็สามารถเล่น Facetime ได้ผ่านเบอร์โทรศัพท์ครับ ซึ่งน่าจะเป็นข้อดีสำหรับคนที่ต้องเดินทางครับ แต่น่าจะเป็นข้อเสียของคนที่แอบหนีแฟนเที่ยวและโดนแฟนบังคับเปิด Facetime เช็คเนี่ยสิ ทำไม Apple ไม่พัฒนา Application ภาพพืิ้นหลังใน Factime ด้วยนะพี่แมงมุมซื้อจริงๆนะเนี่ย แต่เป็นที่น่าเสียดายครับเพราะหลังการทดสอบนั้นพบว่ามีแค่ iPhone 4s เท่านั้นที่สามารถ Facetime ผ่าน 3G ได้รุ่นอื่นหมดสิทธิ์
Phone จะตอบกลับด้วย Message หรือ ให้แจ้งเตือนทีหลังก็ทำได้

ความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาในเรื่องของระบบโทรศัพท์ใน iOS 6 ก็คือปุ่มปฏิเสธการรับสาย หรือ ปุ่มตัดสาย นั่นเองครับ ซึ่งหากเป็นปุ่มตัดสายอย่างเดียวก็คงไม่มีอะไรตื่นเต้นสินะ ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายกันเป็นอย่างๆไปแล้วกัน อ่ออีกอันนึงคือ การตั้งให้ห้ามรบกวนเวลานอนด้วยเรียกว่า Do not Disturb ครับ
การปฏิเสธรับสาย แล้วตอบกลับด้วย iMessage หรือ SMS

ใน iOS 6 สิ่งที่เพิ่มมา ที่พี่แมงมุมชอบมากๆอีกอย่างนั่นก็คือปุ่มสำหรับ ปฏิเสธรับสายครับ ( ปกติต้องกดที่ปุ่ม Power ) แต่อันนี้จะขึ้นมาที่ด้านขวาของการ Slide เพื่อรับสายปกติครับ ซึ่งหากเรากดไปนั้นก็ขึ้นมาเป็น Choices ให้่เราเลือกว่า จะรีบสาย ตัดสาย เตือนในภายหลัง หรือ ที่จะพูดถึงต่อไปนี้นั่นคือการ ตอบกลับด้วย iMessage หรือ SMS นั่นเองครับ ซึ่งหากเราเลือกใช้งานในส่วนนี้ก็จะมี Choices ขึ้นมาให้เราเลือกครับว่าจะส่ง Message ว่าอะไรซึ่งจะเิริ่มด้วย Can't talk right now( ยังคุยไม่ได้ ) แล้วตามด้วยข้อความอัตโนมัติครับ เช่น I'll call you back, I'm on my way, What's up หรือจะสร้างข้อความขึ้นมาเองก็ทำได้ครับ
การแจ้งเตือนในภายหลัง ( Remind )

อันนี้เป็นการทำงานในลักษณะเดียวกันกำตอบกลับด้วย Message ครับแต่อันนี้จะเป็นการแจ้งเตือนในภายหลังแทนนั่นเองซึ่งก็มี Choices ให้เลือกเช่นเดียวกันครับ ซึ่งก็มีลูกเล่นที่น่าสนใจอย่าง หากคุณเลือก When I Leave ก็จะแจ้งเตือนคุณเวลาคุณออกจาก Location ที่ได้ทำการกดไว้นั่นเอง เช่นเดินออกจากห้องประชุม หรือ ออกจากตึกนั้นครับ ส่วน When I get home ก็จะเตือนเมื่อเรากลับถึงบ้านครับ
Do not disturb ( ห้ามรบกวน )

iOS 6 เข้าใจครับว่าเวลาเรานอนสิ่งที่ต้องการคือความเป็นส่วนตัว และปราศจากการรบกวน จึงได้เกิด Feature นี้ขึ้นมาครับซึ่งจะปิดการแจ้งเตือนทุกอย่าง ในช่วงเวลาที่เราตั้งค่าไว้ครับ แต่ Message หรือ โทรศัพท์ ก็ยังเข้าตลอดจะแตกต่างก็แค่ไม่มีการแจ้งเตือน และ ไฟหน้าจอจะไม่เปิดขึ้นนั่นเองครับ หลายๆคนอาจจะเกิดคำถามว่าแล้วมันต่างจาก ปิดเสียง ปิดสั่นแล้วนอนอย่างไรใช่มั้ย Apple เค้าไม่ธรรมดาอยู่แล้วเพราะ เราสามารถตั้ง Group ได้ครับว่าหากเป็นคนที่อยู่ในรายชื่อนี้ให้ดัง หรือจะเปิด Repeated Call สำหรับคนที่อาจจะมีเรื่องด่วนจึงโทรมาเกิน 3 ครั้งขึ้นไปถึงจะดังนั่นเองครับ
Mail การส่ง Email ที่ใช้งานง่ายขึ้น

การใช้งาน Mail ใน iOS 6 จะไม่เป็นเรื่องยากอีกแล้วด้วยความสามารถที่เพิ่มขึ้นมาครับ สิ่งที่พี่แมงมุมชอบมากที่สุดคือ การเพิ่มปุ่มใส่รูปภาพหรือวีดีโอเข้าไปในการ ใช้ Email นั่นเองซึ่งจะทำให้การส่งเมล์เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่สามารถส่งภาพได้ทีละภาพอยู่ดีครับ และคุณก็สามารถ Refresh Inbox ของคุณด้วยการเลื่อนหน้าจอลงแล้วใน iOS 6 นี้ครับ สุดท้ายก็คือเรื่องของ VIP List นั้นจะทำให้คุณไม่พลาดการติดต่อของบุคคลสำคัญที่อยู่ใน List นี้ ไม่ว่าจะเป็น เจ้านาย ลูกค้า หรือ แฟนของคุณนั้นเอง
Safari มากกว่า Browser มันคือความใส่ใจ

Safari ที่เรารู้จักกันดีก็ได้ถูกพัฒนาความสามารถขึ้นมาเช่นกันครับ ซึ่งอย่างที่บอกไปแต่แรกว่าได้ทำการเชื่อมกับFacebook อยู่แล้วนั้นคุณจึงสามารถแชร์ Website ผ่าน Facebook ได้เลยในหน้าจอ Safari ครับ หรือหากเราจะ Uploadภาพใน Website ต่างๆก็จะมี List ของรูปใน Camera Roll ให้เราเลือกใน Safari ด้วยครับ และที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือปุ่ม iCloud และ Offline Reading List ครับซึ่งก็เป็นลักษณะของการ Bookmark นั่นเองแต่เราไม่ต้องเชื่อมต่อ Internet ก็สามารถอ่านได้นั่นเองครับ เยี่ยมไปเลย ส่วน iClond Tab นั้นก็จะมีลักษณะคล้ายๆการดู History ของเครื่อง iDeviceเครื่องอื่นที่เชื่อมต่อด้วย iClound เดียวกันนั่นเองครับ อีกอย่างที่เพิ่มมาคือหากเรากดปุ่ม Back ที่ Safari ค้างเอาไว้จะเป็นการโชว์ History ครับ
Find my iPhone
![]() | เพิ่ม Feature Lost Mode คือการที่หากเครื่องของเราหายไปแล้วเราเปิดใช้Modeนี้หากมีคนเก็บเครื่องได้แล้วทำการแตะหน้าจอ จะทำได้เพียงโทรกลับหาเบอร์ที่เราตั้งค่าเอาไว้ครับ เยี่ยมมากๆ |
Store ต่างๆที่มีหน้าตาเปลี่ยนไป

App Store, iTune, Book ใน iOS มีการออกแบบหน้าตาใหม่ให้เปลี่ยนไปจากเดิมที่จะขาดไม่ได้ก็คือการเชื่อมต่อกับFacebook ครับ อีกอย่างที่เห็นๆเลยก็ใน App Store ครับซึ่งหากเป็น App ที่เราโหลดไปแล้วนั้นจะเป็นปุ่ม Open แทนInstall ซึ่งหากเราทำการ Download App ใหม่นั้นหากเรากด Buy แล้วก็จะไม่เด้งออกจาก App Store ครับทำให้เราสามารถดู App ต่างๆต่อไปได้นั่นเอง ซึ่งการที่จะทำให้เราทราบได้ว่า App อันไหนที่เราเพิ่งจะ Download นั้นจะมีแถบคำว่า New คาดไว้ที่ App นั้นครับและเมื่อเราเปิดใช้งานครั้งแรกแล้วแถบนี้จะหายไปนั่นเอง
Accessibility, Interface ที่ถูกปรับเปลี่ยนไป

iOS 6 มี Status Bar ที่เปลี่ยนสีได้ตาม Applcation ที่เราเปิดใช้งานอยู่ครับ และหาก Battery ของเราต่ำกว่า 3% ความสว่างหน้าจอจะถูก Dim ให้ต่ำสุดอัตโนมัติ นั่นเองครับ หรือจะเป็นเรื่องของหน้าตา Notification Center ที่เพิ่มปุ่มFacebook และ Twitter เข้ามา ที่น่าสนใจคือความใส่ใจสำหรับผู้พิการที่ใช้ iDevice ครับมีความสามารถปิดการใช้ปุ่มHome แล้วให้เลือกใช้ Motion ทำงานแทนได้ อะไรทำนองนั้นครับ ( บอกตามตรงว่าเรื่องนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจไว้จะมาแก้ไขให้นะ ) สุดท้ายก็คือการเพิ่ม Grid หรือเส้นเพื่อให้ลูกของเราเวลาเล่นสามารถใช้งานได้แค่ตรงส่วนที่เรากำหนดเพื่อให้เด็กๆโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่เพียงอย่างเดียวครับ
Assestive Touch

เจ้าก้อนกลมสีขาวก็มีความสามารถที่เพิ่มมาครับนั่นคือการ Save Screen Shot นั่นเองครับซึ่งใน iOS 6 นั้นหากเรา Save Screen Shot จะไม่มีก้อนสีขาวติดมากับภาพให้เกะกะสายตาครับ
KeyBoard ภาษาไทย 4 แถว

และนี่ก็เป็นอีก 1 อย่างที่คนไทยอย่างพี่แมงมุมรู้สึกดีกับ Apple ครับนั่นคือใน iOS 6 นั้นประเทศไทยไม่ได้ถูกลืมครับเพราะKeyboard ภาษาไทยได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็น 4 แถวเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ( ใครชอบแบบเก่าก็ต้องเสียใจด้วยครับ )
ที่เหลือในเรื่องอื่นๆก็จะเป็นการโยกย้ายสิ่งต่างๆไปมาครับ ในส่วนของ Setting นั่นเอง ซึ่งหากผมมีข้อมูลเพิ่มกับตรงส่วนนี้แน่นอนแล้วผมจะเอามาเพิ่มให้ครับ หากขาดตกหรือมีอะไรผิดพลาดไปอย่างไร พี่แมงมุมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ปิดท้ายกันด้วย iDevice ที่สามารถรองรับ iOS 6 ได้ครับ หวังว่าฤดูใบไม้ร่วงนี้เราจะได้ใช้กันทุกคนนะครับ
คัดลอกจาก : http://www.darkzphone.com/















